16e854c109f8d2a7_1280_pipe

วิธีการวางท่อกำจัดปลวก

ท่อเคมีกำจัดแมลงเริ่มได้รับความนิยมสูงมากขึ้นในประเทศไทยเพราะปัญหา
เรื่องของปลวก และแมลงต่างๆ ที่ส่งผลเสียต่อบ้านนั้นรุนแรงมากขึ้นจากสาเหตุหลายๆ
อย่างเช่น สภาพภูมิอากาศสภาพของดินที่เอื้อต่อการดำรงชีพของปลวก ตลอดจนวัสดุ
ในการสร้างอาคารดังนั้นปัจจุบัน ผู้ที่จะสร้างอาคาร หรือบ้าน ก็มักจะมีการวางท่อเคมี
ในการกำจัดปลวกกันทุกครั้ง โดยการวางท่อ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการ

อุปกรณ์

– ค้อนตอกตะปู

– น็อตเบอร์ 7

– แคลมป์รัดท่อ จำนวนขึ้นอยู่กับพื้นที่การวางท่อ

– ท่อ PE จำนวนขึ้นอยู่กับพื้นที่การวางท่อ

– หัวสปริงเกอร์สำหรับฉีดพ่นน้ำยา จำนวนขึ้นอยู่กับพื้นที่การวางท่อ

– จุกเปิดปิดสำหรับการต่อสายยางพ่นยา

– ข้อต่อแบบต่างๆ ของท่อ PE (สองทางและสามทาง)

เมื่ออุปกรณ์ครบ แล้วจะเริ่มดำเนินการวางท่อดังนี้

1. การวางท่อจะเริ่มวางเมื่อมีการก่อสร้างรากฐานอาคารเพราะท่อจะต้อง
ติดตั้งเข้ากับคานคอดิน ส่วนด้านในของฐานอาคาร

2. เมื่อทำการสำรวจพื้นที่ที่จะวางท่อแล้ว พนักงานกำจัดปลวกจะเริ่มฉีดพ่นน้ำยา
ในรอบแรกก่อน เพื่อเป็นการทำลายปลวกที่อยู่ในดินก่อน 1 รอบจากนั้นจะเริ่ม
คำนวณพื้นที่สำหรับการตัดท่อ

3. เมื่อคำนวณพื้นที่ในการตัดท่อได้แล้ว จะทำการเริ่มวางโดยการวางท่อไป
ตามแนวคานคอดิน โดยให้ท่อสูงจากพื้นดินพอประมาณเพื่อให้รัศมีของการ
ฉีดน้ำยานั้นกว้าง ทั่วถึง จากนั้นจึงเริ่มที่จะวางแนวท่อรัดเข้ากบคานด้วยการ
ตอกแคลมป์เหล็ก ยึดส่วนของท่อเข้ากับคานให้อยู่ในแนวเดียวกัน โดยทำให้
รอบคานของห้องนั้นๆ

4.ทำแบบเดิมให้ครบทุกห้อง แล้วเชื่อมต่อแต่ละห้องเข้าด้วยกันโดยการคำนวน
ส่วนของแรงดันน้ำยาที่อัดให้สามารถฉีดพ่นได้อย่างทั่วถึงอาจเชื่อมวงของท่อเข้า
ด้วยกันก็ได้ แต่ไม่ควรเชื่อมต่อกันทั้งหมดโดยเฉพาะในอาคารใหญ่ๆ ซึ่งจะทำให้
แรงดันของน้ำยานั้นไม่แรงมากพอเพราะต้องไหลผ่านท่อวงใหญ่ๆ จากนั้นต่อส่วน
ปลายของท่อออกไปยังนอกอาคารเพื่อติดตั้งจุกเปิดปิด

5. เมื่อวางท่อครบห้องแล้ว ให้ทำการเจาะรูที่บริเวณท่อโดยเว้ยระยะให้ห่างกันพอประมาณ
ไม่ควรชิดกันมากจนเกินไปเพราะส่วนนี้คือรูที่น้ำยาจะไหลพ่นออกมา ผ่านหัวสริงเกอร์ครับ
โดยเมื่อเจาะครบแล้วให้เอาหัวสปริงเกอร์ เข้าไปเสียบที่รูที่เจาะไว้ให้ครบ

6. เมื่อติดหัวสปริงเกอร์ครบแล้ว ให้ทำการติดตั้งจุกเปิดปิด

7. ทดสอบปล่อยน้ำยาเข้าไปในท่อ เพื่อทดสอบระบบท่อว่าสามารถพ่นน้ำยาได้ดีหรือไม่
หากพบหัวสปริงเกอร์ที่อุดตันก็ให้เปลี่ยนแล้วทดสอบอีกครั้ง