chemistry-148044_1280

น้ำยาเคมีกำจัดปลวก หรือน้ำยาสมุนไพรกำจัดปลวกดีกว่ากัน

สิ่งหนึ่งที่เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน ในแวดวงการกำจัดปลวกก็คือเรื่องของ
น้ำยากำจัดปลวกนั่นเอง โดยส่วนใหญ่ในการกำจัดปลวกนั้นจะมีน้ำยาที่ใช้งานกัน
อยู่ 2 ประเภทคือ น้ำยาเคมีและน้ำยาแบบสมุนไพร หรือน้ำหมักที่เป็นการหมักสมุนไพร
แล้วสกัดออกมาในรูปของน้ำยา สำหรับการผสมแล้วฉีดซึ่งอยากจะบอกว่า มันก็แล้วแต่การใช้งานครับ
เพราะในบางสถานการณ์นั้นอาจจะต้องพึ่งพาน้ำยาเคมีแต่ในบางสถานการณ์ก็อาจจะ
ต้องใช้สมุนไพรเป็นต้นครับ

เรามาดูข้อดีและข้อเสียของน้ำยาแต่ละประเภทกัน

1. น้ำยาเคมี ที่ใช้ในการกำจัดปลวกนั้น

แท้จริงแล้วก็เป็นการสกัดสารออกฤทธิ์จากธรรมชาตินั่นเองแต่สูตรของน้ำยาเคมี
จะได้รับการปรับแต่งสูตรให้มีการออกฤทธิ์ได้นานกว่าทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการฉีด
เพิ่มซ้ำๆ บ่อยครั้งมากนัก เพราะการฉีดครั้งหนึ่งจะอยู่ได้นานนับเดือน ถึงหลายเดือน
นอกจากนั้นยังสามารถซึมผ่านชั้นดินได้เป็นอย่างดีทำให้สามารถซอกซอนทำลายปลวก
ที่อยู่ในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตามน้ำยาเคมีทุกประเภท มีข้อเสียคือ
อาจส่งผลต่อร่างกายของสัตว์เลี้ยงเช่น หมา แมว ไก่ ฯลฯ แม้จะไม่ถึงตายแต่ก็จะ
ทำให้พวกมันเกิดอาการป่วย หรือผิดปกติได้

2. น้ำยาสมุนไพร น้ำยาประเภทนี้มักจะเป็นน้ำยาที่ทำมาจากสมุนไพร

โดยมีกระบวนการสกัดแบบธรรมชาติ 100%ไม่มีการปรับแต่งคุณสมบัติเหมือนกับน้ำยาประเภทเคมี
ดังนั้นจึงเป็นน้ำยาที่ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงทุกประเภท รวมถึงคนด้วย น้ำยาประเภทนี้
มักจะทำจากสมุนไพรบางอย่างที่ออกฤทธิ์ต่อตัวของปลวกโดยตรงแต่สูตรการหมักมี
หลายแบบครับ ต่างกันออกไป ข้อดีของน้ำยาประเภทนี้คือสามารถกำจัดปลวกได้อย่าง
มีประสิทธิภาพสูงไม่แพ้น้ำยาเคมีครับแต่อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของน้ำยาสมุนไพรคือ
มักจะไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนานนัก คือจะสลายตัวไปเร็วมากๆ ดังนั้นหาก
บ้านไหนมีการใช้น้ำยาประเภทนี้กำจัดปลวก จะสังเกตได้ว่าต้องมีการฉีดซ้ำๆ อยู่บ่อยครั้ง
ไม่เว้นระยะไว้นานมากนักรวมถึงข้อเสียเรื่องราคาที่แพงกว่าน้ำยาเคมี

สำหรับการเลือกใช้น้ำยานั้น ควรเลือกตามหลักดังนี้

– หากต้องการกำจัดปลวก ที่มีขนาดของพื้นที่กว้างมากๆ เช่น บ้านหลังใหญ่ๆ
อาคาร โกดัง ควรเลือกน้ำยาเคมี ที่จะสามารถมีฤทธิ์ตกค้างได้นานกว่าและยังมีราคา
ที่ถูกกว่าน้ำยาประเภทสมุนไพร

– หากต้องการกำจัดปลวกในบ้าน หรืออาคารที่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก
ควรเลือกน้ำยาประเภทสมุนไพรที่ปลอดภัยได้ 100% แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าน้ำยาเคมี
และมักจะต้องมีการเข้าทำซ้ำๆบ่อยครั้งมากกว่าการใช้น้ำยาเคมี